Terra,Luna&UST มันคือแชร์ลูกโซ่ ?



เหตุการณ์ที่ เหรียญ Luna และ UST เกิดการถล่มลงมาชนิดที่เรียกว่า มูลค่าทั้งหมด ลงไปแทบจะเป็น ศูนย์ เพราะมันลงมาเหลือมูลค่าเพียงนิดเดียว จนไม่มีความหมายอีกต่อไป และ มีคนมากมาย สิ้นเนื้อประดาตัว และ.. บางคนถึงกับเลือกที่จะจบชีวิตตัวเอง… ไปพร้อมๆกับ การล่มสลายของเหรียญ Terra , Luna & UST ในครั้งนี้…

และเนื่องจาก.. ผมยังไม่เห็นคนไทย เขียนถึงสาเหตุ และเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเจาะเข้าไปหา สาเหตุที่แท้จริง..

เท่าที่เห็น และอ่านเจอ ล้วนแล้วแต่หลงประเด็นไปเน้นเรื่อง มีคนรวมหัวมาโจมตีระบบของ Terra โดยที่ไม่ได้พูดถึง ข้อบกพร่องในตัวระบบของ Terra เองเลยแม้แต่น้อย… ผมจึงคิดว่า น่าจะเขียนทิ้งไว้ เพื่อให้คนอื่น ได้ทำความเข้าใจ รวมถึง เตือนใจตัวเอง ในอนาคตด้วยครับ…

มันเป็นบทความที่เขียนยาก อธิบายยาก เพราะความซับซ้อนของเรื่องราว แต่ผมก็ได้ใช้เวลานานมากที่จะเขียน และ พยายามอธิบายให้ดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้….

หากแม้นว่า.. บทความนี้ จะมีประโยชน์ คุณความดีอะไรอยู่บ้าง ผมขอ อุทิศส่วนกุศล ไปให้กับผู้เสียชีวิตทุกๆท่าน ในเหตุการณ์ครั้งนี้ครับ

แล้วอะไรคือ Terra, Luna และ UST?

เราต้องมาเริ่มกันที่ ทำความรู้จักกับคำว่า Stable Coin กันเป็นสิ่งแรกครับ

Stable coin นั้น ถูกใช้ประโยขน์เพื่อ ความรวดเร็ว และ ประหยัดค่าธรรมเนียม ในการโอนเงินไปมา ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและค่าธรรมเนียมถูกมาก ซึ่งจะเร็ว และ ค่าโอนถูกกว่า การโอนผ่าน ธนาคาร ตามปกติ มากๆครับ จากพันกว่าบาท เหลือเพียงแค่ ไม่กี่สิบบาท และยังสามารถทำให้ นักลงทุนเก็บ stable coin ไว้ใน wallet ได้อย่างสะดวกง่ายดาย โดยไม่ต้องไปเปิดบัญชีธนาคารที่ต่างประเทศ ซึ่งต้องแสดงหลักฐานยุ่งยาก มากมาย แต่อย่างใด Stable Coin จึงเป็นที่ต้องการ และ ใช้งาน โดยนักลงทุนในตลาด Crypto ทั่วโลก จนถึงปัจจุบัน…

Stable coin จะมีอยู่ 3 ประเภท

  1. Off-Chain Collateralized
  2. On-Chain Collateralized
  3. Purely Algorithmic

Stable Coin ตามชื่อ.. คนจะคาดหวังกันว่า มันจะมูลค่าที่ เสถียร และ มั่นคง..
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย… เพราะอะไร ? มาอ่านกันต่อไปครับ…

Off-Chain Collateralized เป็น Stable coin ที่ดำรงมูลค่า โดยใช้สินทรัพย์ต่างๆ เช่น เงินดอลล่าร์ หรือ ทองคำ มาค้ำยันมูลค่าของ เหรียญตัวเอง เอาไว้ ให้มีค่าคงที่ เท่ากับ 1 USD$ ไว้ตลอดเวลา ดังนั้น หากมีการออกเหรียญออกมา 100 ล้านเหรียญ Off-Chain Collateralized ก็จะต้องมีสินทรัพย์มูลค่า 100 ล้านเหรียญมาเก็บไว้ในคลัง เพื่อคำยันมูลค่าไว้เช่นกัน…

เหรียญ Off-Chain Collateralized ก็อย่างเช่น USDT เป็นต้น

ถ้าเป็นแบบนั้น.. ก็ดูเหมือนว่า Off-Chain Collateralized จะมีความมั่นคง หนักแน่น หรือเปล่า ?
คำตอบ คือ ไม่ใช่

เพราะเอาเข้าจริง ก็ไม่มีใครรู้ว่า ได้มีการสำรองสินทรัพย์ไว้ครบตามจำนวนที่อ้างหรือไม่…
ไม่ได้มีการใช้ องค์กรที่น่าเชื่อถือ เข้าไปตรวจสอบบัญชีของผู้ออกเหรียญ Off-Chain Collateralized ว่า ได้สำรองสินทรัพย์คำยันมูลค่า ไว้เต็มจำนวน อย่างที่โม้ไว้ จริงหรือไม่ ?

ดังนั้น ทุกวันนี้ ผู้ถือเหรียญ Off-Chain Collateralized จะต้องเชื่อมั่น เชื่อถือ ผู้ออกเหรียญ อย่าง 100% ด้วยความศรัทธา อย่างสุดหัวใจเท่านั้น เชื่อมั่น.. ทั้งๆที่.. จริงๆแล้ว… ก็ไม่ได้มีหลักประกันแห่งความมั่นคงใดๆอยู่ในมือเลย เราอาจจะถูกหลอกเมื่อไรก็ได้ ถูกโกหกเมื่อไรก็ได้… มูลค่าเหรียญสามารถลงไปเหลือ ศูนย์ ได้เสมอครับ หากพบว่าในคลัง มีแต่ความว่างเปล่า..

ข้อเสียประการหนึ่งของ Off-Chain Collateralized ที่นักลงทุนไม่ชอบ คือ มันเป็นระบบรวมศูนย์ ซึ่งก็คือ ผู้ออกเหรียญ Off-Chain Collateralized เหรียญนั้นๆ เป็นศูนย์กลางของระบบ นั่น.. เป็นสิ่งที่พวกเล่น Crypto ท้งหลาย ไม่ปลื้มครับ พวกเขาอยากได้อะไร ที่มันไม่เป็นการรวมศูนย์มากกว่า ดังนั้น มันจึงก่อให้เกิด stable coin แบบถัดไปคือ…

Stable coin แบบที่ 2 On-Chain Collateralized ซึ่งจะถูกคำ้ยันมูลค่าไว้ด้วย Crypto Assets ประเภทอื่นๆ และใช้ระบบของ smart contracts แทนที่จะใช้ ระบบของผู้ผลิตเหรียญ จึงทำให้ระบบ On-Chain Collateralized ไม่ได้เป็นระบบรวมศูนย์เหมือน Off-Chain Collateralized เมื่อคุณต้องการ On-Chain Collateralized คุณจะต้องล๊อคเหรียญ Crypto ของคุณ เอาไว้กับ smart contracts เพื่อแลกเปลี่ยนกับ On-Chain Collateralized stable coin

และเมื่อใดก็ตามที่คุณอยากจะได้ เหรียญ Crypto ของคุณคืน คุณก็ต้องเอา On-Chain Collateralized stable coin กลับมาแลกคืน เพื่อปลดล๊อค Crypto ของคุณออกจาก smart contracts ครับ

เช่นกัน On-Chain Collateralized stable coin ก็ไม่ได้ stable จริง… เพราะหากวันหนึ่งวันใด ที่ เหรียญ Crypto ที่ล็อคไว้กับ smart contracts เกิดมีมูลต่าเหลือ ศูนย์ On-Chain Collateralized stable coin ก็ย่อมมีมูลค่าเหลือศูนย์ตามไปด้วย…. อย่าบอกผมว่า มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะอะไร อะไร.. มันก็เกิดขึ้นได้เสมอละครับ….

และ… เนื่องจาก… ระบบ On-Chain ก็อาจจะยังดู stable เกินไป.. มั่นคงเกินไป.. (ผมประชด) มันก็เลยมีการทำ stable coin แบบที่ 3 ขึ้นมาคือ….

Purely Algorithmic stable coin
Purely Algorithmic จะไม่มีการใช้สินทรัพย์ใดๆ มาค้ำยันมูลค่าของเหรียญทั้งสิ้น ทุกอย่าง เสกขึ้นมาจาก… กลางอากาศ ที่ว่างเปล่า… ด้วยระบบ algorithms กับ smart contracts ที่จะบริหารจัดการ มูลค่าของ Purely Algorithmic stable coin ให้มีค่าคงที่เสมอ ด้วยการ ควบคุม demand & supply ของเหรียญ ให้มีความเสถียรอยู่เสมอ..

Terra ที่เป็นปัญหาขึ้นมา ก็คือ Stable coin แบบ Purely Algorithmic นี่เอง….
เหรียญที่เสกมาจาก อากาศธาตุ แล้วมีคนมาบอก สาวก ทั้งหลาย.. ว่า มันมีมูลค่า = 1 USD$

ครับ… กำหนดค่า ขึ้นมาดื้อๆ กลางอากาศ จากความว่างเปล่า ไม่มีที่มา ที่ไป.. ทำขึ้นมาตามใจฉัน.. กันแบบนี้ละครับ
เริ่มเห็นความผิดปกติ ของระบบของ Terra, Luna & UST ในประการแรก กันแล้วหรือยัง ?

เมื่อมีการออก Terra ออกมาแล้ว ก็มีการออกเหรียญอีกตัวออกมา ชื่อ Luna

ซึ่ง Terra จะใช้ Luna เป็น proof-of-stake governance token (proof of stake เป็นระบบที่ใช้ในการทำรายการประมวลผลในระบบของ block chain) โดยที่ Terra นั้น จะยึดกับเงินสกุลต่างๆเช่น TerraUSD มีค่าเท่ากับ 1 USD เป็นต้น และ นักลงทุน สามารถแลกเปลี่ยนระหว่าง Luna กับ Terra สลับกันไปมาได้

นอกจากนี้ ยังมีการตั้ง UST ซึ่งจะมีการจัดระบบให้มีการแลกเปลี่ยนกับ Luna ในอัตรา 1$ ต่อ 1$
โดยที่ UST จะเป็น Stable Coin ที่มีมูลค่า 1$ ต่อ 1 เหรียญ UST ตลอดไป
ในขณะที่ Luna สามารถมีราคาขึ้นลง ตามความต้องการของตลาดได้โดยอิสระ

(ดังนั้น 1 UST ก็อาจจะมีค่าเท่ากับ 1$ x 1 เหรียญ Luna หรืออาจจะเท่ากับ 0.1$ x 10 เหรียญ Luna ก็ได้ ขึ้นอยู่กับราคาตลาดของ Luna ในเวลานั้นๆ)

จะเห็นได้ว่า ในระบบ จะมีการจับคู่ กันอยู่ 2 คู่ แยกจากกันนะครับ คือ
Terra/Luna และ Luna/UST

ซึ่งระหว่าง Luna กับ UST นั้น จะมีการตั้งระบบ เพื่อรักษามูลค่า ของ UST ที่ใหัคงที่อยู่เสมอ ด้วยการ Burn เพื่อลดปริมาณ หรือ Mint เพื่อเพิ่มปริมาณ เหรียญฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพื่อ รักษาสมดุลของ Demand & Supply ระหว่างสองเหรียญนี้ เพื่อให้ที่สุดแล้ว UST จะมีค่า เท่ากับ 1$ ตลอดไป

ตัวอย่างเช่น.. หากเกิดว่า ในขณะนี้ UST 1 เหรียญ มีมูลค่าเท่ากับ $1.05 ซึ่งสูงกว่าที่ควรจะเป็น คือ สูงกว่า 1$
และ สมมติว่า.. Luna ในขณะเดียวกัน มีราคา 1$ และคุณมี Luna อยู่จำนวน 1 เหรียญ
(ราคาของ UST ถูกคาดหวังให้เท่ากับ 1$ เสมอ แต่ Luna นั้นสามารถมีราคาขึ้นลงได้โดยอิสระ ตามกลไกตลาด)

คุณก็จะทำการ burn 1$ x1 Luna ที่คุณมี เพื่อแลกไปเป็น 1$ x 1 UST
เมื่อได้ 1$ x 1 UST มา ต้นทุนของคุณจะเท่ากับ 1$
แต่ในเวลานั้น ราคาของ UST คือ 1.05$ คุณก็เอา UST ไปขายทันที
นั่นเท่ากับว่า ทันที่ ที่ขายได้.. คุณจะทำกำไร $0.05 ได้ทันทีอย่างง่ายๆ และ ไม่ต้องเสี่ยงอะไรเลย

เมื่อมีผู้เข้ามาทำกำไรแบบนี้ มากๆขึ้น ด้วยแรงขาย UST จำนวนมาก ก็จะกดดันราคาของ UST ให้กลับลงไปเหลือ $1 ดังเดิม

ด้วยระบบดังกล่าว… UST ก็ควรจะมีค่าคงที่ตลอดไป อย่างมั่นคง ไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ ?
แต่เปล่าเลยครับ….

เพราะ รากฐานของ Terra ระบบมันมีปัญหาอยู่ในตัวมันเอง
ในระบบที่ตั้งขึ้นนั้น Luna จะทำหน้าที่ในการ รองรับความผันผวนในราคาของ UST ไว้เสมอ

แต่… หากว่า… สมมติว่า.. วันหนึ่ง วันใด… เกิดราคาของ UST หลุด PEG (ต่ำกว่า 1$) ไปนานๆ… และต่ำลงไปเรื่อยๆ… จนทำให้คน “ตื่นตระหนก” เกิดแรงขาย ของ UST เข้ามาอย่างมากมาย.. และรวดเร็ว.. จนยากที่จะดันราคาของ UST ให้กลับไปที่ราคา $1 ได้ จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่.. เกิดขึ้น….

เพราะ.. ผู้คนจะ Burn UST เพื่อไปแลกเป็น Luna แล้วเอา Luna ไปขายที่ Exchange เพื่อทำกำไร เช่น
UST มีราคา = 0.95$ ซึ่งต่ำกว่าที่ควรจะเป็น คือ ต่ำกว่า 1$
และ สมมติว่า.. Luna ในขณะเดียวกัน มีราคา 1$

คุณก็จะทำการ burn 0.95$ x1 UST ที่คุณมี เพื่อแลกไปเป็น 1$ x 1 Luna
เมื่อได้ 1$ x 1 Luna มา ต้นทุนของคุณจะเท่ากับ 0.95$ เพราะคุณเอา 0.95$ UST ไปแลกมาได้ 1 Luna
แต่ในเวลานั้น ราคาของ Luna คือ 1$ คุณก็เอา Luna ที่เพิ่งได้มา ไปขายทันที
นั่นเท่ากับว่า ทันที่ ที่ขายได้.. คุณจะทำกำไร $0.05 ได้ทันทีเช่นกัน

โดยปกติแล้ว การทำกำไรได้แบบนี้ จะทำให้ เกิดแรงซื้อ UST มากขึ้น เพื่อเอาไป Burn แลกเป็น Luna จนแรงซื้อ UST ที่เกิดขึ้น ก็จะดันราคาของ UST ให้กลับไปที่ 1$ ได้ในทีสุด…

แต่… ไม่เคยมีอะไร ที่มันคง และ แน่นอน ในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเลย….

หากว่า เกิดกรณีที่ มีคนขาย UST ออกมามากมาย จนหลุด PEG ที่ 1$ ไปอย่างมาก และ เป็นเวลานาน ขายกระหน่ำออกมาด้วย volume จำนวนมหาศาล จนแรงซื้อต้านไม่อยู่…. จนทำให้ UST สูญเสียความมั่นคง… ก็จะเริ่มทำให้ เกิดการ “ตื่นตกใจ” จนทำให้ มีการ Burn UST ออกมา มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่มีใครอยากถือ UST แล้ว เพราะยิ่งถือก็ยิ่งขาดทุน ยิ่งถือ ราคายิ่งลงไปเรื่อยๆ….

และในการรุมกระหน่ำ Burn UST เช่นนั้น ก็จะทำให้มีคนได้ Luna ทดแทนกลับมาเป็นจำนวนมาก แลคนเหล่านั้น ก็จะรีบเอา Luna ไปเทขายในตลาดทันที โดยไม่รีรอ ทำให้เกิดแรงขาย Luna ถล่มเข้าสู่ตลาดอย่างไม่หยุดยั้ง….

เราจึงได้เห็น… การตั้ง คำสั่งขาย Luna ออกมาให้เห็น อย่างมากมาย ในขณะที่แรงซื้อ บางเฉียบ…. และเมื่อมีแรงขาย มากกว่าแรงซื้ออย่างมหาศาล ก็จะทำให้เกิดการพังทลายของราคา เนื่องจาก แรงซื้อ ยันแรงขาย ไว้ไม่ได้ นั่นจะทำให้เกิด Death Spiral ขึ้นทันที นั่นคือ ยิ่งราคาลดลงไป ก็จะยิ่งมีแรงขายมากขึ้น ยิ่งมีแรงขายมากขึ้น ราคาก็จะยิ่งตกลงไปเร็วมากขึ้น… จนในที่สุด.. ตกลงไปจน Luna มีมูลค่าเหลือ = ศูนย์

ปกติแล้ว… ในภาวะที่ตลาดปกติ Luna จะมี demand มากเพียงพอ ที่จะมายัน แรงขาย ของ Luna ที่เกิดขึ้นได้
แต่… ในภาวะ ที่ตลาดเป็น แนวโน้มลง และ ตลาดสูญเสียความมั่นใจ.. เกิดแรงขายอย่างรุนแรง เหมือน “คลื่นสึนามิ” เกิดการ “ตื่นตกใจ” จนขาดสติ…. แรงซื้อที่จะมายันแรงขาย จะไม่มีเหลืออยู่เลย…. การดำดิ่งของ Luna จึงเกิดขึ้น….

เมื่อ Luna มีราคาดำดิ่งลงไป…. ผู้คนจะขาดความเชื่อมั่นต่อ UST ในทันที เช่นกัน เพราะเหรียญทั้งสองเหรียญนี้ ผูกพันกันในระบบของ Purely Algorithmic ตามที่กล่าวไปข้างต้น… ดังนั้น ผู้คนก็จะยิ่ง Burn UST ไปแลกเป็น Luna เพื่อที่จะลดการถือครอง UST ลงไป แต่ในการทำเช่นนั้น ก็จะยิ่งเพิ่มปริมาณ ของ Luna เข้าไปในระบบให้มากขึ้น และ นั่นจะเป็นการเพิ่มแรงขาย Luna ขึ้นมาอีกอย่างมหาศาล

ยิ่งกว่านั้น…. ยิ่งกว่านั้น…..
เนื่องจาก ในการ Burn UST แต่ละเหรียญ คุณจะได้ Luna เป็นมูลค่า 1$
( 1 UST = 1 x 1$ Luna)
หากแต่…. ในขณะที่ Luna มีมูลค่าลดลง เช่น เหลือ 0.1$
ในแต่ละเหรียญของ UST คุณจะได้ Luna เพิ่มขึ้น เป็นจำนวน 10 เหรียญแทน เพื่อให้ยังได้มูลค่ารวมเป็น 1$ ดังเดิม
( 1 UST = 10 x 0.1$ Luna)

นั่นเท่ากับว่า จะยิ่งมี จำนวนของ Luna ถูกออกมาเพิ่มขึ้น และ ถูกถล่มขายเข้าไปในตลาดซื้อขาย อย่างโหมกระหน่ำ และรวดเร็ว ในปริมาณที่ยิ่งทบทวึคูณ ขึ้นทุกขณะจิต ก็จะยิ่งทำให้ ราคาของ Luna ดำดิ่งลงไปมากขึ้น…

หาก Luna ราคาดิ่งลงไปเหลือ 0.001$
ก็จะทำให้ 1 UST = 1000 x 0.001$ Luna
และต่อไปเรื่อยๆ… ต่อไปเรื่อยๆ….. ในการเพิ่มจำนวนของ Luna แบบมีอัตราเร่ง……

จะเห็นได้ว่า จำนวน Luna กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่สิ้นสุด
จนกระทั่ง Luna มีจำนวนท่วมท้น เกิด hyperinflation และ ถูกนำออกมา “เทกระจาด” ขายออกมา อย่างไม่หยุดยั้ง และรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ… และ ไม่หยุด… ไม่หยุด….. จนกระทั่ง… ราคาของ Luna ลงไปเข้าใกล้… “ศูนย์”

และ… มันมีระบบอะไร ที่ทำให้มีการ mint เหรียญเพิ่มขึ้นมาได้ตามใจชอบ แบบไม่จำกัดจำนวน และ ไม่สิ้นสุด ?
แล้วคาดหวังให้ มีนักลงทุน เข้ามาซื้อ เพื่อค้ำยันราคาเอาไว้ เพื่อเก็งกำไร ?
เหรียญ ซึ่งไม่มีสินทรัพย์อื่นใด ค้ำยันมูลค่าเลย นอกจากลมปาก ของผู้ออกเหรียญ และ ศรัทธา ของนักลงทุน ?

ในกรณีที่ ถ้าหาก ราคาของ Luna ลดลงไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง ระบบของผู้ก่อตั้ง Terra กลับ คาดหวังว่า จะมีคนเข้ามาซื้อ Luna เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆระดับราคาที่ลดลงไปเรื่อยๆ อย่างนั้นหรือ ? นั่นคือ ราคายิ่งตก ระบบของ Terra ก็คาดหวังว่า จะยิ่งมีคนเข้ามาซื้อ Luna มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน เพราะ… ก็ buy on dip เพื่อทำกำไรไง ทำไม ถึงจะไม่ซื้อล่ะ ?

แต่… แนวคิดแบบนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้ ในโลกของความเป็นจริง เพราะมิฉนั้น บริษัทที่มีหนี้สิ้น ล้นพ้นตัว ก็จะสามารถ ออกหุ้นเพิ่มทุน ในราคาถูกแสนถูก เพื่อให้นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนนั้นๆ แล้วเอาเงินที่ได้มา ชำระหนี้สินที่มีล้นพ้นตัวนั้นๆ ในทางปฎิบัติแล้ว ไม่มีนักลงทุนหน้าโง่.. ที่ไหน.. จะเอาเงินมาละลายแม่น้ำ เพราะ บริษัทนั้นๆ จะต้องลดทุน เสียก่อน แล้วจึงค่อยเข้าสู่ ขั้นตอนการฟื้นฟูกิจการต่อไป

Luna ก็เช่นกัน ใครที่ไหน จะเอาเงินมาซื้อ Luna ที่ออกเหรียญมาเพิ่ม อย่างไม่ยั้ง อย่างไม่จำกัด ในขณะที่ราคาของ Luna ลงเอา ลงเอา ?

รากฐานของปัญหาของ Terra, Luna และ UST จึงอยู่ที่ระบบของตัวเองที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Death Spiral เกิดขึ้น เพราะในทันที ที่ market cap ของ Luna มีมูลค่าต่ำกว่า market cap ของ UST นั่นหมายถึง การเกิดขึ้นของระบบที่จะดึงให้ทุกอย่าง ดำดิ่งลงสู่นรกได้อย่างไม่หยุดยั้ง…

คำถามถัดมาคือ… ด้วยระบบที่วางไว้แบบนี้… แล้วคนที่ไหน จะเอาเงินไปลงทุน ซื้อเหรียญ ที่ผู้ออกเหรียญ เสกขึ้นมาจากอากาศ ได้ตามใจชอบ จำนวนเท่าไรก็ได้ แล้วก็บอกว่า ไอ้เหรียญทีเสกขึ้นมานี้ มีมูลค่า 1 USD โดยที่ไม่มีสินทรัพย์ใดๆ มาค้ำยันมูลค่าของเหรียญดังกล่าวเลย ?

แถมยังเป็น เหรียญที่ไม่โปร่งใส มีระบบอัน อาจทำให้เกิด ความพินาศ ฉิบหายได้ในทุกขณะจิต ดังที่กล่าวมาข้างต้น ?

มีครับ… มีคน จำนวนมหาศาล ที่เอาเงินไปซื้อ UST เป็นมูลค่าถึง 18,000 ล้าน USD
เพราะอะไร ?

ก็เพราะ Terraform Labs ผู้ออกเหรียญ Terra, Luna และ UST นั้น ได้จัดตั้ง Anchor Protocol ขึ้นมาเพื่อรับฝาก UST และ Anchor จะให้ ดอกเบี้ยที่สูงถึง 19.5% สำหรับผู้ที่ฝาก UST ไว้กับระบบของ Anchor

เมื่อผมเห็นข้อมูลมาถึงตรงนี้… ผมมีคำถาม…
นี่คือ.. แชร์ลูกโซ่ ! ใช่หรือไม่ ?

อะไรก็ตามที่บอกว่า เป็นการลงทุนความเสี่ยงต่ำ และ ได้ผลตอบแทนสูงอย่างไม่มีเหตุผล…
นั่นคือ แชร์ลูกโซ่ ครับ !

Terra, Luna & UST ไม่มีความเสี่ยง ใช่ไหมครับ ?
เป็น Stable coin ที่จะมีมูลค่า = 1 USD ตลอดไป ใช่ไหมครับ ?
และ สร้างผลตอบแทนสูงถึง 19.5% ต่อไป เพียงแค่เอา UST ไปฝากไว้ ก็นอนตีพุงกินดอก ที่สูงจนไม่มีเหตุผลได้แล้ว อย่างนั้นหรือ ?

ตกลง.. นี่คือ แชร์ลูกโซ่ !
ใช่หรือเปล่า ?

19.5% นั่นเป็นผลตอบแทนเฉลี่ย.. ที่สูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยซ้ำ
แต่มาบอกกันว่า ความเสี่ยงต่ำมาก มันสมเหตุสมผลหรือครับ ลองคิดดูดีๆ…

หากได้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดหุ้น มันก็ต้องมีความเสี่ยงสูงกว่าตลาดหุ้นด้วย จริงไหมครับ ?
หากมาบอกว่า ได้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่กลับมีความเสี่ยงต่ำกว่า ก็แสดงว่า… กำลังจะมีการหลอกลวงกัน เกิดขึ้นแล้ว… ใช่หรือไม่ ?

นอกจากนี้.. เมื่อดูทางผู้ฝาก UST แล้ว ก็หันมาดูทางผู้กู้บ้าง..
ก็..จะยิ่ง… เห็นความวิปริต ผิดปกติ มากขึ้นไปอีก….
ผู้กู้ ที่กู้เอา UST จาก Anchor ไปนั้น ย่อมต้องจ่ายดอกเบี้ยกู้เป็นปกติ

แต่…ทาง Anchor จะให้ผลตอบแทน ให้กับผู้กู้ UST กลับมาในรูปของ anchor token
และผลตอบแทนนั้น กลับเป็นมูลค่าที่สูงกว่า ดอกเบี้ยกู้ ที่ผู้กู้ต้องจ่ายด้วยซ้ำ

นั่นหมายถึง ใครก็ตามที่ไปกู้ UST มา แทนที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยออกไป กลับกลายเป็นว่า หักลบ กันแล้ว กลายเป็นว่า กลับได้รายได้เพิ่มขึ้นกลับมาเป็น Anchor token มาจากการไปกู้ UST มาซะงั้น…

มีที่ไหนครับ ที่ ยิ่งกู้เงิน นอกจากไม่ต้องเสียดอกเบี้ยกู้แล้ว.. กลับยิ่งได้ผลตอบแทนกลับมา มากขึ้น ?
นี่มันที่สุดของความวิปริต ของระบบ เลยครับ

ยิ่งไปกว่านั้น.. เมื่อเร็วๆนี้ พบว่า มีผู้ฝาก UST เข้ามามากกว่า ผู้กู้ UST มาก
นั่นทำให้ Anchor ต้องประสบปัญหา ในการจ่าย ดอกเบี้ยฝาก มากกว่ารายได้ ที่ได้มาจาก ดอกเบี้ยรับ ซึ่งทาง Anchor ต้องเป็นผู้ชดเชยการขาดทุนดังกล่าวไปพลางๆก่อน

แต่หากเมื่อใดก็ตามที่ Anchor ไม่สามารถจ่ายชดเชยให้กับ ผู้ฝาก UST ได้ต่อไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ผู้ฝาก UST ก็จะเลิกฝาก แล้วทำการขาย UST จำนวนมหาศาลออกมาในทันที และ เมื่อมีคนจำนวนมาก ขาย UST ออกมา พร้อมๆกัน ก็จะก่อให้เกิด Death Spiral ได้ในทันที อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว…

จะเห็นได้ว่า.. Terra, Luna & UST นั้น มีปัญหาในระบบของมันเองอย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ เที่ยวมาพูดกันเรื่อง มีคนนี้ คนโน้นมาแกล้ง ถล่มขายเหรียญ มึคนมาโจมตีเหรียญ
ด่าว่า มีคนรวมหัวโจมตี ด่าว่า มีคนวางแผน…
ด่าพวก short seller ด่ากองทุนเก็งกำไร…

หลงประเด็นครับ

ระบบของ Terra, Luna & UST มีปัญหามาตั้งแต่แรกแล้ว ผิดตั้งแต่แรกแล้ว…
นักลงทุน ไม่ควรไปยุ่ง ไปลงทุน กับเหรียญในลักษณะนี้ มาแต่แรกแล้ว….

และ Luna & UST ก็ไม่ใช่กรณีแรก ที่ Purely Algorithmic stable coin เกิดการเจ๊งกันจนหมดตูดแบบนี้….

ก่อนหน้านี้ เคยมีลักษณะแบบเดียวกันนี้ กับเหรียญที่เรียกว่า Iron & Titan
เป็นแบบนี้เลยครับ… ซึ่งตอนที่ เกิด Luna & UST ขึ้นมา ทุกๆคนก็บอกว่า มันจะไม่เจอชะตากรรมเดียวกันกับ Iron & Titan เพราะเราวางระบบมาดี เรามี eco system ที่ดี blah blah blah…
แล้วสุดท้าย… เป็นยังไงครับ… เป็นยังไง ?

ผมไม่ได้เห็นคนไทย คนไหน ออกมาพูดถึง แก่น และ ประเด็นของปัญหา ให้เห็นแม้แต่คนเดียว !
เอาแต่พูดเรือง มีการรวมหัว รวมกลุ่ม เข้าโจมตี บ้าบอ อะไรก็ไม่รู้ โน่น นี่ นั่น….
หลงประเด็น โดยสิ้นเชิงครับ !

นี่คือ ระบบที่เป็น แชร์ลูกโซ่ แอบแฝง… หรือเปล่า ?
นี่คือ ระบบที่วิปริต ผิดเพี้ยน… มาตั้งแต่แรกแล้ว…. ใช่หรือไม่ ?

ซึ่งแชร์ลูกโซ่ ทุกวง.. จะมีจุดจบเหมือนกันคือ.. วันหนึ่ง มันจะถล่มลงไป เหลือ ศูนย์ และจะมีคน สิ้นเนื้อประดาตัว ล่มจม เสียหายกันเป็นจำนวนมาก… มันก็ไอ้เท่านั้นเองครับ….

อาชญากร ใส่สูท… สร้างภาพ… หลอกลวง.. หรือเปล่า ?
แล้วดันมีเหยื่อหลงเชื่อ… หรือไม่ ?
แล้วจึงเกิด โศกนาฎกรรม อย่างที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้… ทั้งหมดเนื้อ หมดตัว และ สิ้นชีวิต…. บ้างไหม ?

อย่าหลงประเด็นกันครับ….


updated 15/05/65
ล่าสุด Do Kwon ผู้ก่อตั้ง ได้ออกมาบอกว่า จะเยียวยาเหตุการณ์ ให้ …..
โดนการ เสกเหรียญใหม่จำนวน 1,000 ล้านเหรียญ ออกมาให้นักลงทุน เพื่อชดเชยความเสียหาย…

แน่นอนครับ.. ในเมื่อคนไทย ยังคงหลงประเด็น… ก็จะมีความเห็นในทำนองที่ว่า….
จะกู้ระบบได้ไหม ?
เป็นกำลังใจให้กอบกู้ภาระกิจ
ทำยังโง้น ยังงี้ สิ เพื่อแก้ไขเหตุการณ์
บางคน ก็ยังคิดเหมือนเดิมคือ อยากรู้ว่า ใครมาโจมตีระบบ




ยังคง หลงประเด็นกันเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงครับ….

แก่นของปัญหายังคงอยู่
ระบบยังคงเหมือนเดิม…
ไม่ว่า จะทำอย่างไร Death Spiral ยังคงกลับมาเกิดซ้ำได้เสมอ
ไม่ว่า จะทำอย่างไร ระบบกู้ยืมใน Anchor Protocol ยังคงอยู่
แล้วมันมีอะไรเปลี่ยนไป ?

การเสกเหรียญใหม่ ขึ้นมาจาก อากาศธาตุ ก็ยังเป็นสิ่งเดิมๆที่เคยทำมา เพียงแค่อาจจะเปลี่ยนชื่อ เหรียญ เท่านั้นเอง
แล้วไงต่อ… ?
เชิญเก็งกำไรกันต่อ… แล้วก็เตรียมฆ่าตัวตาย กันรอบใหม่ อีกชุดอย่างนั้นหรือครับ ?

นี่ละครับ ผลของการหลงประเด็น…
และ ผลที่ไม่มีใครสักคน พยายามบอกเล่า ข้อเท็จจริง

ไม่ต้องไปให้กำลังใจ คนออกเหรียญหรอกครับ คุณคิดว่า เขาทำเงินไปได้เท่าไรแล้ว
ในการ เสกเหรียญ มาจากความว่างเปล่า แล้วเอามาขายให้นักลงทุน ?
แล้วกระตุ้น ความต้องการเหรียญ ด้วยการให้.. ผลตอบแทนที่สูงแบบ ไม่มีเหตุผล ไม่มีที่มาที่ไป ไม่โปร่งใส ไม่ให้ตรวจสอบ

ผู้ออกเหรียญ ก็ยอมรับเองว่า Luna ไม่สามารถกอบกู้ได้อีกแล้ว เพราะมันเกิด hyperinflation มีเหรียญท่วมตลาดจนมากเกินกว่า จะทำอะไรได้อีกต่อไป…

แล้วที่มันเป็นอย่างนั้นเพราะอะไร ครับ ?
ก็เพราะระบบที่ตั้งเอาไว้นั่นเอง
แล้วแก้ไขระบบหรือยัง ?

ยังครับ ทุกอย่างยังคง… เหมือนเดิม
แล้วทำไมจึงคิดว่า จะเกิดเรื่องราวเหมือนเดิม ซ้ำขึ้นมาอีกรอบ กับเหรียญใหม่ ที่กำลังจะออกมานี้… ไม่ได้ ?

หยุดให้กำลังใจคนออกเหรียญ
หยุดเสียเวลา หาทางกอบกู้ Terra , Luna & UST
หยุดไปยุ่งเกี่ยวกับ Terra, Luna & UST ตลอดจน คนที่เกี่ยวข้องในการทำเหรียญทั้งหมด..

สิ่งที่ควรทำคือ หากบาดเจ็บ ก็กลับไปพักรักษาตัว รักษาใจ แล้วเริ่มใหม่ กับสิ่งใหม่…
เดินหนีจาก Terra, Luna & UST และ เหรียญอื่นๆ ที่มีลักษณะ และ ระบบ ที่เหมือนๆกัน
เดินหนีจาก แชร์ลูกโซ่ แอบแฝง
ศึกษา หาความรู้ เพิ่ม
จำเรื่องราว ไว้เป็นกรณีศึกษา
ระมัดระวังตัว ในการลงทุน ในสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิด….

และ… หยุดหลงประเด็นกันเสียที เถอะครับ…
ผมล่ะ…. เหนื่อยใจ…..


Update 23/05/2565

มาจนถึงวันนี้…. ผู้คนก็ยังคง.. เหมือนเดิมครับ…
บางคนบอกว่า short เลย รวยแน่…
บางคนบอกว่า ได้เวลาซื้อ Luna แล้ว ราคาลงต่ำขนาดนี้ ตีกลับ กำไรบาน
บางคน ยังคงไปวิเคราะห์ว่า ecosystem ยังไม่มีปัญหา แค่ เหรียญ ราคาตก แล้วก็พูดเรื่อง หาวิธีการแก้ไข….
หลายๆคน ยังมีความหวังว่า Luna จะกลับไปที่ $100 (ซึ่งแสดงว่า เขายังคงไม่เข้าใจในอะไรทั้งส้ิน และ ไม่เข้าใจโดยสิ้นเชิง)

ก็… แล้วแต่ แล้วกันครับ.. แต่ตัดสินใจเอง ก็รับผิดชอบเอง ทุกคนรู้อยู่แล้วว่า กำลังเล่นกับอะไรอยู่….

สำหรับผม… ผมคิดว่า ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว และ Luna จะไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว
ส่วนเหรียญใหม่ ที่เขากำลังทำท่า จะเสกขึ้นมาใหม่… ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้…
แต่ถึงแม้ เสกขึ้นมาได้ใหม่… แล้วผู้คน ยังคงคิดจะไป เก็งกำไรกันอีก.. ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงนะครับ….

ส่วนคนที่เสียหายมากๆ ส่วนใหญ่ในเวลานี้ พวกเขาก็คงพยายามหาทาง เอาเงินคืนครับ
ใครเสนออะไร วิธีไหน ที่พอจะมีความหวังบ้าง พวกเขาก็คงจะเอากันหมดละครับ ซึ่ง… ก็น่าเห็นใจ…

ก็… ไม่รู้จะว่ายังไงนะครับ… ได้แต่บันทึกไว้ เป็นกรณีศึกษา เตือนใจ ตัวผมเองว่า… อย่าไปยุ่งกับอะไรแบบนี้ ไม่ว่า ราคามันจะวิ่งขึ้นขนาดไหนก็ตาม….