Bitcoin (Digital Currencies) หากจะเถียง 2 ปู่ อย่าใช้แต่อารมณ์..



ผมเห็น พวกที่เล่นเหรียญต่างๆ ออกมาด่าว่า 2 ปู่ ว่าตกยุค แก่แล้ว ไม่เข้าใจโลก โน่น นี่ นั่น…. ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด และ ไม่ควรทำ จะด่าว่า 2 ปู่ ไปทำไม ยิ่งหากไปว่า 2 ปู่ลงทุนไม่เป็น จะยิ่งเป็นเรื่องตลกไปใหญ่… เขาพิสูจน์ตัวเองมานานเท่าไรแล้ว ในแง่ของการลงทุน ว่า 2 ปู่ คือ ของจริง และลงทุนเก่งมากๆครับ

ผมคิดว่า หากจะเถียง 2 ปู่ มันจะมีอยู่ 2 ประเด็น
1. bitcoin ไม่ใช่สินทรัพย์ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ หากแต่ bitcoin คือเงิน
2. bitcoin คือ เสรีภาพทางการเงิน ที่ไม่ถูกทุนใหญ่ ควบคุม

1. bitcoin เป็นเงิน
ดังนั้น การที่ Warren บอกว่า bitcoin ไม่ได้สร้างผลผลิต มันก็ถูกแล้วครับ เพราะเงินที่ไหน จะสร้างผลผลิตได้ ? ทองคำก็ไม่ได้สร้างผลผลิตเช่นกัน เงินออกไข่ไม่ได้ ถูกต้องครับ แต่เงินเอาไว้ซื้อไข่ ได้ เอาไว้โอนให้กัน เอาไว้เป็นสื่อในการชำระหนี้

หุ้น เป็นสินทรัพย์ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ก็ถูกต้องแล้วเช่นกัน
หุ้นไม่ได้เป็นเงิน หุ้นฟาร์มไก่ ย่อมออกไข่ได้ ก็ถูกแล้วเช่นกัน มันจึงเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

แต่ทำไม ทองคำ และ เงินตรา (ซึ่งจริงๆแล้วเป็นแค่ เศษกระดาษ) จึงมีมูลค่าละครับ ?
ก็เพราะมันได้รับการยอมรับ และ มี demand จากคนทั่วโลก พร้อมๆกันไงครับ

ดังนั้น.. หาก ผู้คนทั่วโลก ยอมรับว่า bitcoin คือเงิน และ มี demand ต่อ bitcoin พร้อมๆกัน ทั่วโลก งั้น Bitcoin มันก็เป็นเงิน และมีมูลค่าในตัว เหมือน ทองคำ และ เงินตรา ทั่วโลก นั่นเอง…

ลองคิดดูว่า หากคนทั่วโลก มองทองคำเป็นแค่ เศษโลหะ และ ไม่ยอมรับ และไม่เกิด demand ต่อทองคำ พร้อมๆกันทั่วโลก อะไรจะเกิดขึ้น ?

มันก็จะกลายเป็น เศษซากที่ไม่มีค่าไปในทันที ได้เช่นกันครับ
เหมือนก้อนหิน ก้อนกรวด…

และในขณะเดียวกัน อย่าลืมนะครับ.. สมัยหนึ่ง นานมาแล้ว คนเราเคยใช้เปลือกหอย มาเป็นเงินตรา นะครับ…

และ bitcoin มันอาจจะดีกว่า เงินดอลล่าร์ ด้วยซ้ำ ที่ไม่ถูก ทุนใหญ่ ครอบงำ จึงไม่ได้เสื่อมค่าลงตลอดเวลา เหมือนเงินดอลล่าร์ ซึ่งทำให้คน ตัวเล็ก ต้องเสียเปรียบทุนใหญ่มาตลอดเวลา

เพราะ ระบบเศรษฐกิจ ถูกควบคุมโดยทุนใหญ่ ที่อยู่เหนือการเมืองระดับโลกมาโดยตลอด และถูกทำให้เสื่อมค่าลงไปเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ของทุนใหญ่ และ กลุ่มการเมือง

ดังนั้น หากจะเถียงสองปู่ นี่คือ ประเด็นแรกที่จะเถียงคือ….
2 ปู่ ได้ประโยชน์จาก การอยู่ในระบบเก่า ใช่ไหม ?
ที่ ทุนใหญ่ ควบคุมทุกอย่างได้มาโดยตลอด แต่ ตอนนี้ bitcoin กำลังมาท้าทาย ระบบเก่า ใช่ไหม ?
2 ปู่ ถึงออกมาโจมตี bitcoin ?

2. Bitcoin คือ อิสรภาพทางการเงิน ที่ไม่สามารถูกควบคุมได้ และ มีต้นทุน ถูก
นี่คือ สิ่งที่ ผู้ก่อตั้ง Bitcoin กำหนดมาแต่ต้น คือ การทำเงินตราใหม่ ที่เป็นอิสระ มาทดแทน เงินตราในระบบเก่า เงินตราที่จะไม่ถูกแซกแซง ไม่ถูกควบคุม ไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีใครกำหนด ไม่อาจถูกปิดกั้น

ในขณะที่ เงินดอลล่าร์ เสื่อมค่าลงไปเรื่อยๆ Bitcoin จะไม่เสื่อมค่าเช่นนั้น เพราะ Bitcoin จะไม่มีการทำ QE พิมพ์เงินใส่ระบบได้ตามใจชอบ โดยรัฐบาลกลาง (ที่ถูกทุนใหญ่ สั่งให้พิมพ์เงินมาอุ้ม ธุรกิจของทุนใหญ่ และให้ทุนใหญ่ไปเก็งกำไร ปั่นฟองสบู่ในตลาด จนเกิดปัญหาใหญ่ตามมา)

Bitcoin มีจำนวนเหรียญอันจำกัด 22 ล้านเหรียญ ไม่มีเพิ่มอีกแล้ว ขุดออกมาหมดวันไหน มันก็มีเท่านั้นแหละ ดังนั้น หาก deamnd เพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยที่ supply ไม่เพิ่ม ดังนั้น มูลค่าของ bitcoin จึงจะมีแต่เพิ่มค่าขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ เสื่อมค่าลง เหมือนแบ๊งค์กงเต๊ก

อีกสิ่งหนึ่งที่ Bitcoin ดีมากคือ ไม่มีใคร ยึด Bitcoin ได้ หากคุณมี Seed (key) อยู่ในมือของคุณ ดูจากสงครามยูเครน ที่ จู่ๆ ฝ่ายตะวันตก ไปยึดเงินของรัสเซียไปจนหมด นั่นคือ ข้อเสียของ เงินในระบบเก่า

แต่หากเป็น Bitcoin ฝ่ายตะวันตก จะไม่มีทางยึด Bitcoin ได้ ไม่มีทางปิดกั้น ห้ามปราม ใดๆ ได้เลย เพราะ Bitcoin ควบคุม ไม่ได้ครับ ตราบใดที่มีคุณมี Seed ตราบนั้น Bitcoin คือของคุณ โดยสมบูรณ์ คุณจะใช้มันอย่างไรก็ได้ ไม่มีกฎข้อใด หรือ รัฐบาลใด มาสั่ง หรือ ห้ามปราม อะไรคุณได้ทั้งสิ้น

ซึ่งสงตราม ยูเครน ครั้งล่าสุดนี้ จะยิ่งทำให้ผู้คน ยิ่งคำนึงในประเด็นนี้มากขึ้น

เงินตราที่เป็นของคุณ สามารถพกติดตัว ได้ด้วย Hardware Wallet เล็กๆ เบาๆ ติดตัวคุณไปได้ตลอดเวลา นี่คือ หลักประกันความมั่นคงทางการเงินของคุณอย่างแท้จริง

ลองจินตนาการเปรียบเทียบ.. หากคุณต้องขนเงินเป็นกระเป๋าใหญ่ๆ หรือ ทองคำ 30 กิโล เพื่อย้ายไปประเทศอื่น… คุณจะอยู่ในสภาพทุลักทุเล ขนาดไหน ? ทองคำ 30 กิโลนี่ หนักมากนะครับ ขอบอก…. จะถูก จนท. ตรวจค้น และยึดเงินทอง ของคุณหรือไม่ ? จะถูกปล้น ถูกฆ่า ไปก่อนหรือเปล่า ?

เปรียบเทียบ กับ Hardware wallet เล็กๆ บางๆ เบาๆ ที่เก็บไว้ใน กระเป๋ากางเกงยีนส์ กระเป๋าเล็ก ที่แต่ก่อนเอาไว้ใส่ ไฟแช็ค น่ะครับ เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถเดินทางไปได้ทั่วโลก เอา Bitcoin ของคุณ ไม่ว่าจะมีมูลค่า กี่หมื่น กี่แสนล้านบาท ติดตัวคุณไปได้ ทุกที่ ทุกเวลา (ทำ wallet หายได้นะครับ แต่ห้ามทำ seed หายโดยเด็ดขาด ไม่งั้น Bitcoin หายหมดทันทีครับ)

คุณจะไม่ถูกตรวจค้นเจอ ไม่ถูกปล้น ไม่ถูกทำร้าย และไม่ต้องแบกอะไร หนักๆเลย หิ้วเป้เบาๆ อันเดียว คุณก็ไปตั้งหลักใหม่ได้ทันที ทั่วโลกครับ ที่ไหนก็ได้ เมื่อใดก็ได้….

แน่นอนครับ Bitcoin ย่อมมีข้อเสีย หลายอย่างเช่น….
มูลค่าผันผวน มากๆ จนเกิดการเก็งกำไรรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้ คงต้องรอดูกันไป เพราะ Bitcoin เพิ่งเกิดได้ไม่นาน (แต่ในตลาด forex ก็มีการเก็งกำไรเงินตราสกุลต่างๆ อย่างรุนแรงเช่นกันนะครับ แล้วมันต่างกันตรงไหน ?)
เรื่องค่าธรรมเนียม ในการทำธรกรรม Bitcoin อาจขึ้นไปสูงมาก ในวันที่ ขุด Bitcoin เพิ่มไม่ได้อีกแล้ว
การถูก hack ถูกขโมย ถูกหลอก ซึ่งเรื่องพวกนี้ เกิดขึั้นเรื่อยๆ
การที่ Bitcoin จำนวนหนึ่งสูญหายไป เพราะ ลืม seed บ้าง โน่น นี่ นั่นฯลฯ.

ไม่ว่าอย่างไร… ผมคิดว่า Bitcoin เกิดขึ้นมาแล้ว และ ผมคิดว่า มันจะยังคงอยู่
Demand จะมากน้อยเท่าไร ผมไม่รู้ แต่ผมคิดว่า จะมีคนจำนวนหนึ่ง ต้องการ Bitcoin เสมอไป
มูลค่าจะนิ่ง และ ไม่ผันผวน ได้หรือไม่ ? ผมก็ไม่รู้
ผู้คน ส่วนใหญ่ ประเทศ ส่วนใหญ่ จะยอมรับ Bitcoin เพิ่มขึ้นหรือ ลดลง ผมก็ไม่รู้

และเราต้องคำนึงไว้เสมอว่า….
หากวันหนึ่ง วันใด… เกิดทุกๆคน ไม่ยอมรับ ว่า Bitcoin เป็นเงิน และ ไม่ต้องการ Bitcoin อีกต่อไป…
Bitcoin จะมีมูลค่าเหลือ ศูนย์ บาท ได้ในทันทีนะครับ

นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องรอดูกันไปครับ

ส่วนสองปู่ ก็ย่อมไม่ลงทุนใน Bitcoin อยู่แล้วละครับ เพราะมันเป็นคนละแนวทางกัน ก็เหมือนกับที่ 2 ปู่ ไม่ยอมลงทุนในทองคำ นั่นแหละครับ มันก็เหมือนๆกัน ไม่ได้เป็นประเด็นอะไร ที่จะต้องมาด่าว่ากันไปมา ในหมู่คนไทยที่เป็นติ่งของทั้งสองฝั่ง แต่อย่างใดเลย