รีวิว เมล็ดกาแฟ ที่ผมเคยดื่ม

เมล็ดกาแฟ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง แหล่งที่ปลูก พันธ์ของเมล็ดกาแฟ กรรมวิธีในการคั่ว และ ระดับการคั่ว และรายละเอียดอื่นๆต่างๆนาๆ ที่ทำให้ เกิดตัวเลือกที่มากมาย หลากหลาย จนเลือกกันไม่ถูก เมล็ดกาแฟ มีตั้งแต่ระดับราคาประหยัด ไปจนถึง ระดับราคาสูงๆ

ผมเองนั้น… คงเริ่มต้นจาก เมล็ดกาแฟ ราคาประหยัดก่อนครับ แต่ก็จะไม่ใช่ระดับที่ถูกที่สุด ทั้งนี้ เพราะผมก็อ่านเจอความเห็นว่า หากถูกเกินไป คุณภาพก็จะมีปัญหาครับ ทั้งขนาดเมล็ด พันธ์ที่เลือกใช้ สภาพเมล็ด ความเก่า ความใหม่ ฯลฯ.

หากว่า ต่อไป พอจะรู้แล้วว่า ในระดับราคาประหยัด มียี่ห้อไหน รุ่นไหน ที่ผมเลือกไว้ เพราะชอบเป็นพิเศษ ในอนาคต ผมอาจจะลองสั่ง เมล็ดกาแฟ ราคาสูงๆ มาทดลองดื่ม เปรียบเทียบกันดูว่า เมล็ดในระดับใด จะให้ความพึงพอใจ และ ให้ความคุ้มค่า ที่ลงตัวสำหรับผม มากที่สุดครับ

สำหรับระดับการคั่วนั้น ผมคงเลือกระดับ Dark ครับ แต่ผมก็สั่ง Medium และ Medium – Dark มาลองดูด้วย เพื่อเปรียบเทียบ ส่วน Light Roast นั้นผมจะตัดทิ้งไปเลย ไม่ทดลอง เนื่องจากผมทราบแน่ๆว่า ผมไม่ชอบ Light Roast ครับ

และในเมื่อลองแล้ว ผมก็จะทำการจดบันทึกเอาไว้ เพื่อเตือนความจำตัวเองด้วยครับ ว่า ผมชอบเมล็ดกาแฟ ของยี่ห้อไหน รุ่นไหนครับ โปรดระลึกไว้ว่า… มีคนบอกว่า ในโลกไม่มีเมล็ดกาแฟที่ดีที่สุด มีแต่เมล็ดกาแฟ ที่เราชอบที่สุด เท่านั้น… ดังนั้น ความเห็นของแต่ละคน และ ความชอบของแต่ละคน ก็จะไม่เหมือนกันเลย.. ความเห็นทั้งหลายนี้ จึงเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น และ ความเห็นของผมไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไปครับ

และต่อไปนี้ คือ เมล็ดกาแฟต่างๆ ที่ผมได้ทดลองชงดื่มครับ….

Medium Roast

Worldwide Coffee / A1
250 g
120 บาท

ยี่ห้อนี้ มีการระบุวันผลิตครับ และ สต้อค ก็ถือว่า เป็นของใหม่ ระดับราคาค่อนข้างถูกกว่า ยี่ห้ออื่นๆ ข้อดีอีกอย่างคือ เป็นร้านในท้องถิ่น ซึ่งผมสามารถไปซื้อที่หน้าร้านได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าขนส่ง และ ไม่ต้องซื้อตุนไว้ครั้งละมากๆ ซื้อแค่พอทานไปเป็นครั้งๆ หากว่า ยี่ห้อนี้ มีคุณภาพที่ดีทัดเทียมยี่ห้ออื่นๆได้ ก็จะดีไม่น้อยครับ


Passion SHOT SL___owbar
กาแฟ ซองนี้ เป็นของรางวัล ที่ผมได้รับมาฟรี จากการร่วมกิจกรรม กับกลุ่มใน facebook ครับ ทางร้าน ตั้งใจทำสูตร Blend นี้มาเพื่อทำ Dirty โดยเฉพาะ แต่บังเอิญว่า ผมทานแต่ Espresso คงไม่ได้ทดลองทำเป็น Dirty ครับ ยังไงก็จะรายงานให้ฟังในฐานะของการทำเป็น Espresso แทนนะครับ ขอบคุณทางร้าน Passion SHOT SL___owbar มากๆครับ สำหรับของรางวัลครับ

บทสรุปของ Medium Roast

Medium – Dark Roast

Worldwide Coffee / A2
250 g
120 บาท

ยี่ห้อนี้ มีการระบุวันผลิตครับ และ สต้อค ก็ถือว่า เป็นของใหม่ ระดับราคาค่อนข้างถูกกว่า ยี่ห้ออื่นๆ ข้อดีอีกอย่างคือ เป็นร้านในท้องถิ่น ซึ่งผมสามารถไปซื้อที่หน้าร้านได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าขนส่ง และ ไม่ต้องซื้อตุนไว้ครั้งละมากๆ ซื้อแค่พอทานไปเป็นครั้งๆ หากว่า ยี่ห้อนี้ มีคุณภาพที่ดีทัดเทียมยี่ห้ออื่นๆได้ ก็จะดีไม่น้อยครับ

Bluekoff / A4.5
250 g
130 บาท

Bluekoff ชื่อนี้ จะมีคนเอ่ยถึงบ่อยๆ เมื่อมีการถามว่า ควรซื้อเมล็ดจากที่ไหน ดูเหมือนว่า จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของตลาดครับ จึงเป็นอีกยี่ห้อ ที่ผมต้องลองชิมดูครับ

บทสรุปของ Medium – Dark Roast

Dark Roast

Proud / Vienna
500 g
250 บาท

ยี่ห้อนี้ มีคนแนะนำ ใน Facebook ครับ สินค้าอยู่ในระดับเดียวกับ Bluekoff และ Hacking การจัดส่งเร็วมากๆครับ วันเดียวถึงเลย ต้องชมเรื่องนี้เป็นพิเศษ packaging ดีครับ เป็นถุงแบบมีวาล์ว สินค้ามีความสดใหม่มาก เพิ่งคั่วมาก่อนหน้าเพียง 7 วันครับ ซึ่งนับว่า เป็นเวลาที่พอดี ที่จะสามารถสกัดใช้งานได้เลยครับ

Bluekoff / A5
250 g
130 บาท

Bluekoff ชื่อนี้ จะมีคนเอ่ยถึงบ่อยๆ เมื่อมีการถามว่า ควรซื้อเมล็ดจากที่ไหน ดูเหมือนว่า จะเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของตลาดครับ จึงเป็นอีกยี่ห้อ ที่ผมต้องลองชิมดูครับ

Hacking Coffee / 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿 𝗕𝗢𝗟𝗗 ลาวโบลาเวน
250 g
135 บาท

Hacking ก็อีกยี่ห้อ ที่มีหลายคน ชื่นชอบ และ แนะนำให้ลองชิมดูครับ


Coffee D / Dark
250 g

140 บาท
ข้อเสียของ Coffee D คือ ไม่มีการระบุวันผลิต ไม่มีการบอกวันหมดอายุ ไม่มีอะไรเลย เราไม่มีทางรู้เลยว่า กาแฟถุงที่เราซื้อ ค้างสต้อคอยู่นานเท่าไรแล้ว ถือว่า เป็นการผลิตที่ขาดมาตรฐาน เป็นอย่างยิ่งครับ ซองที่ใช้เป็นซองแบบธรรมดา ไม่มีวาล์ว ระดับราคา สูงกว่าเจ้าอื่นๆอยู่บ้าง เอาไว้ ลองชิมดูก่อน แล้วจะค่อยบอกว่าผมคิดยังไงนะครับ

Update – นี่เป็นเมล็ดกาแฟ ตัวที่สอง ที่ผมพบว่า ผมไม่สามารถที่จะสกัดมันได้เลยครับ ตอนแรกผมก็สงสัยว่า ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า แต่ผมก็พบว่า ในขณะที่ ผมสามารถสกัดเมล็ดกาแฟที่ดีๆอย่าง Proud หรือ Bluekoff ได้ โดยไม่มีปัญหา แต่ที่ความละเอียดเดียวกัน เมล็ดกาแฟของทั้ง Coffee D และ Bon Cafe นั้น น้ำกาแฟ ไหลเป็นน้ำเลยครับ และ ความดันก็ไม่ขึ้นด้วย รสชาติ ออกมากินไม่ได้เลยครับ รสชาติแย่มากๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆ Coffee D ซองนี้ ไม่มีการระบุวันที่ผลิต ผมจึงไม่รู้ว่า มันเป็นสต้อค ค้างปี ค้างชาติ หรือไม่ ผมรู้แต่ว่า มันเลวร้าย มาก ดังนั้น ผมจึงบดเมล็ดที่เหลือทิ้ง โดยไม่มีการสกัดมาทานอีกต่อไป ได้ใช้ประโยชน์แค่บดเพื่อเคลือบเฟือง SSP เท่านั้นเอง ทั้ง Coffee D และ Bon Cafe คุณภาพแย่สุดๆทั้งคู่ และ นี่เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งที่ผมขอผ่าน ครับ จะไม่มีวันไปซื้อมาทานอีกต่อไปครับ

Worldwide Coffee / A3
250 g
120 บาท

ยี่ห้อนี้ มีการระบุวันผลิตครับ และ สต้อค ก็ถือว่า เป็นของใหม่ ระดับราคาค่อนข้างถูกกว่า ยี่ห้ออื่นๆ ข้อดีอีกอย่างคือ เป็นร้านในท้องถิ่น ซึ่งผมสามารถไปซื้อที่หน้าร้านได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าขนส่ง และ ไม่ต้องซื้อตุนไว้ครั้งละมากๆ ซื้อแค่พอทานไปเป็นครั้งๆ หากว่า ยี่ห้อนี้ มีคุณภาพที่ดีทัดเทียมยี่ห้ออื่นๆได้ ก็จะดีไม่น้อยครับ

บทสรุปของ Dark Roast
Coffee D คุณภาพแย่มากครับ
Hacking ค่อนข้าง จะ dial in ยาก และรสชาติที่ได้ สู้ Proud กับ Bluekoff ไม่ได้

Extra Dark


Bon Cafe’ / Arabica Extra Dark
200 g
116 บาท

สิ่งน่าผิดหวังสิ่งแรกของ Bon Cafe’ คือ ถุงที่ผมซื้อมานั้น คั่วมา ตั้งแต่ 5/5/21 ครับ หรือ ประมาณ 6 เดือนก่อน นับว่า เป็นสต้อคที่เก่ามากๆ สำหรับเมล็ดกาแฟ และ ระดับราคาของ Bon Cafe’ นั้น ก็วางตัวเองไว้ในระดับกลาง ค่อนไปทางบน แต่ละรุ่น ราคาค่อนข้างสูงทั้งสิ้น แต่ผมแค่อยากทดลองดู จึงเลือกตัว Extra Dark ถุงนี้ ซึ่งเป็นรุ่นที่มีราคาต่ำสุดแล้ว แต่ราคาก็ยังตก 0.58 บาท ต่อ กรัม ครับ

เมล็ดกาแฟ ที่ผมซื้อจากเจ้าอื่นๆนั้น จะเพิ่งผลิตเสร็จใหม่ๆทั้งสิ้น แบบที่ว่า ได้ของมาแล้ว ก็ต้องมาเอามาตั้งรอไว้ 7 วันก่อนที่จะเอามาสกัดได้ แต่ของ Bon Cafe’ นี่ กลับเป็นปัญหา คนละแบบกัน และทางร้าน ก็ไม่มีให้เลือกด้วยครับ มีแต่ของสต้อคเก่าๆเท่านั้น จริงๆแล้ว ผมเกือบๆจะไม่ซื้อ แต่ก็ซื้อๆมา เพราะจะได้ลองชิมดูให้สิ้นสงสัยวา ผมจะชอบยี่ห้อนี้หรือไม่ จะได้ไม่คาใจ

แต่ผมแปลกใจมากว่า แล้วรุ่นอื่นๆ ที่มีราคาสูงค่อนข้างมาก อายุสต้อค จะเก่ามากขนาดนี้เหมือนกันหรือเปล่า ?
หากเกิดว่า เก่ามากๆ อย่างซองนี้ จะมีใครอยากจ่ายเงิน ซื้อเมล็ดกาแฟ สต้อคเก่ามาก ขนาดนี้ ในราคาสูงๆกันหรือครับ ?

ตัวถุงเป็นแบบมีวาล์ว อย่างอื่น ก็ไม่มีอะไรครับ จะต้องรอการทดลองชิม เปรียบเทียบกันก่อน แล้วผมจะให้ความเห็นในภายหลัง หากว่า ไม่ใช่รสชาติที่ผมชอบจริงๆ ผมคงไม่ได้ซื้อ Bon Cafe’ อีกครับ เพราะสต้อคเก่ามากๆครับ

บทสรุปของ Extra Dark Roast
ผมพบว่า ผมไม่สามารถปรับเบอร์การบด ให้ได้ผลที่ดีได้เลยครับ ทุกๆครั้ง มันเละเทะไปหมด รสชาติก็กินไม่ได้ ผมจะไม่สรุปว่า สาเหตุเกิดจากอะไร ? เป็นเพราะ มันเป็น Extra Dark หรือว่า มันเป็นเมล็ดที่เก่ามากๆ เก่าจนรับไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราอะไร ผมรู้อย่างเดียวคือ ผมจะไม่ซื้อเมล็ดของ Bon Cafe อีกครับ เพราะ เอาสต้อคเก่ามากมาขาย ในราคาที่ สูงกว่าเจ้าอื่นๆ เขาครับ ลาขาด ยี่ห้อ Bon Cafe ผมจะไม่ซื้อมาทานอีกเด็ดขาดครับ Bye

Flair 58 , Zentis NZR-64 SSP HU , VST 18g Basket
บดเบอร์ 13
กด 2 Bar แล้วปล่อย ทิ้งไว้ 15 วินาที
แล้วกดใหม่ที่ 7-9 Bar ต่ออีก 31 วินาที ได้มา 37 g.
18/11/2564 08.00 น. โดยประมาณ

วันนี้.. เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า ผมทำออกมาได้ดีเป็นพิเศษ จากวันแรกๆ ที่เละเทะไปหมด เพราะไปซื้อเมล็ดที่คั่วค้างสต้อคไว้นานมาก แล้วความดันไม่ขึ้นบ้าง ไหลเป็นน้ำบ้าง

พอหันมาใช้ เมล็ดที่ดี คั่วมาใหม่ๆอย่างของ Proud กับ Bluekoff ผมก็เริ่มสกัดได้ตามสูตรที่เขาแนะนำเอาไว้ ผมพยายามสกัดในอัตราส่วน 1:2 ในเวลา 25-30 วินาที เป็นหลัก เพื่อ dial in หาจุดเริ่มต้นให้เจอก่อนว่า เมล็ดไหน ควรบด ที่เบอร์ไหน

ผมเริ่มทำทุกอย่างได้เข้าที่ เข้าทาง มานานพอสมควรแล้วครับ ถือว่า ok อาจมีแกว่งไปมาบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ผมพอจะรู้ว่า ต้องใช้แรงกดอย่างไร ยืนอย่างไร ใช้แขนไหนกด และทุกๆเช้า มันก็ออกมา ok บ้าง ใช้ได้บ้าง และ บางครั้ง มันออกมา รสชาติไม่ดีนัก แต่ก็ไม่ถึงกับแย่

แต่เช้านี้.. เป็นแก้วแรก ที่ผมคิดว่า มันออกมาค่อนข้างดีมากเป็นพิเศษ ครับ ผมคิดว่า ผมหาเบอร์เจอแล้วละ หลังจากปรับทีละนิด ทีละนิด ปรับไป ปรับมา หลายๆวัน

หลังจากนี้ ผมจะหาโอกาสทำ Salami Shot ครับ แล้วค่อยจดบันทึกผลที่ได้อีกครั้ง
แต่อย่างน้อยตอนนี้ ผมคิดว่า… อืมม์… ผมทำ Espresso ออกมาได้ดีกว่า ร้านมืออาชีพแล้วครับ